คุณสมบัติของฉนวนกันความร้อน P.U.Foam

 

1) รูปแบบทางกายภาพ (Physical Forms)

ขึ้นรูปตามวัสดุหรือชิ้นงานที่พ่น เช่นพ่นติดกับวัสดุที่เป็นกระเบื้อง ก็จะขึ้นลอนตามรูปกระเบื้อง ถ้าอัดแบบตามรูปทรง ที่กำหนดก็จะได้ตามความต้องการรูปแบบทางกายภาพของฉนวนกันความร้อนมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้งานได้ตามต้องการเช่นฉนวนแบบแผ่น แบบพ่น แบบฉีด ฯลฯ

 

2) ความแข็งแรงทางกล (Mechanical Strength) ความหนาแน่น (Density)

ไม่ยุบตัวเมื่อมีแรงกดทับ มีความหนาแน่น 35-40 กก/ลบ.ม เป็นโฟมแข็ง  ไม่อุ้มน้ำเมื่อโดนฝน หรือหลังคารั่ว ไม่เสื่อมสลายในสารละลายทุกชนิด มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน  ความสามารถของฉนวนในการทนทานต่อแรงต่างๆหลายรูปแบบ ดังนี้

# การรับน้ำหนัก และแรงอัด

# ความต้านทานต่อแรงดึงและแรงเฉือน

# ทนต่อการกระแทก และสั่นสะเทือน

# ทนต่อการบิดงอ

ทั้งนี้ความสามารถดังกล่าวขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมในการใช้งานด้วย

 

3) อุณหภูมิการใช้งานที่เหมาะสม (Suitability For Service)

ฉนวนกันความร้อน-เย็นจะ มีค่าความหนาแน่นที่เหมาะสมที่ดีค่าหนึ่ง คือ 35 กก./ลบ.ม. เท่านั้นจึงมีน้ำหนักเบา ไม่สร้างปัญหาให้กับโครงสร้างแต่อย่างใดมีค่าสภาพการนำความร้อนต่ำที่สุดและมีค่าต้านทานความร้อนสูงที่สุดเช่นกัน

 

4) การขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน (Thermal Expansion)

เมื่อฉนวนกันความร้อนได้รับความร้อนหรือเย็น จะมีการขยายตัวและหดตัว (Flexible) ตามวัสดุชิ้นงาน  แต่จะไม่มีการฉีกขาดเสียหายเกิดขึ้น หากหลังคาหรือคอนกรีตหดตัวหรือขยายตัว อาจทำให้ประสิทธิภาพของฉนวนเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งอาจพิจารณาได้จากอุณหภูมิของการใช้งาน ความหนาของฉนวนที่เหมาะสม ตรงตามความต้องการเพื่อให้การใช้งานฉนวนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

 

5) ความสามารถในการต้านทานความร้อน (Thermal Resistivity)

ฉนวนป้องกันความร้อน พี.ยู.โฟม มีโครงสร้างเป็นเซลล์ปิด (Close Cell) มีความสามารถสกัดกั้น ความร้อนได้มากกว่า 90% สามารถป้องกันความร้อน จากภายนอก การส่งผ่านความร้อน จากหลังคาเข้าสู่ตัว อาคาร ด้วยการนำ การพาและการแผ่รังสีความร้อน ได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์หลักของการใช้ฉนวนสำหรับอาคารในประเทศไทย ซึ่งอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้น คือ การกันความร้อนจากภายนอก ไม่ให้เข้ามาภายในอาคาร ซึ่งนอกจากจะทำให้อาคารเย็นสบายแล้วยังเป็นการประหยัดพลังงานให้กับระบบปรับอากาศของอาคารที่มีการปรับอากาศอีกด้วย

สามารถแยกความร้อนความเย็น ที่พื้นผิว จึงไม่เกิดการก่อตัวของไอน้ำอันเนื่องมาจากความชื้นในอากาศ ไม่สามารถทะลุผ่านระหว่างฉนวนกันร้อนกับพื้นผิวได้

 

6) การกั้นไฟ และไม่ลามไฟ (Fire Retardant)

ฉนวนกันความร้อน P.U.Foam มีส่วนผสมของสารไม่ลามไฟ ไม่เป็นเชื้อไฟเมื่อโดนไฟเผา จะไหม้เฉพาะส่วนเท่านั้น เมื่อมีไฟฟ้าลัดวงจรอันตรายจากไฟไหม้ การกันไฟไหม้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

 

7) ความต้านทานต่อเชื้อราและแมลง (Resistance To Vermin&Fungus)

P.U.Foam เป็นฉนวนกันความร้อนที่สัตว์และแมลงต่างๆ ไม่สามารถเข้าไปอาศัย หรือกัดกินได้ อีกทั้งยังไม่เป็นเชื้อรา ซึ่งเป็นเชื้อที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยภายในอาคารอีกด้วย

 

8) การกั้นเสียง (Acoustical Resistance)

ฉนวนกันความร้อน P.U.Foam สามารถสกัดกั้น (Block) เสียงได้มากกว่า 70 เดซิเบล สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก และเสียงดังที่เกิดจากภายใน เช่น ห้องเจนเนอเรเตอร์ ห้องสตูดิโอ โรงภาพยนตร์ ผับ  ได้เป็นอย่างดี การป้องกันเสียงสำหรับบางส่วนของอาคาร ที่ต้องการลดการรบกวนจากเสียงเช่น ห้องนอน ห้องประชุม ห้องสัมมนา ฯลฯ

 

9) การปลอดจากกลิ่น (Freedom From Or dour)

P.U.Foam  ไม่ซึมน้ำ ไม่อมน้ำ ไม่อุ้มน้ำ จึงไม่ก่อให้เกิดความชื้นซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์

 

10) ความต้านทานการกัดกร่อน ของสารเคมี(Corrosion&Chemical Resistance)

P.U.Foam สามารถทนกรด ทนด่างได้ ไม่ละลายในเบนซิน ทินเนอร์ ดีเซล น้ำมันเครื่อง หรือสารละลายต่างๆ

 

11) ไม่มีสารพิษเจือปน (Non Toxic/arrant)

ฉนวนกันความร้อน P.U.Foam  ไม่มีส่วนผสมของใยหิน  ใยแก้ว หรือสารระคายเคืองอื่นๆ จึงไม่เกิดอาการแพ้ ผด ผื่น คัน เมื่อสัมผัส ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม  ไม่มีสารก่อมะเร็ง

 

12) ประหยัดพลังงาน (Energy Saver)

ฉนวนกันความร้อน P.U.Foam หลังจากติดตั้ง แล้วสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าได้สูงสุด 40 %

 

13) ป้องกันการรั่วซึม (Water Leaking)

พี.ยู.โฟม สามารถอุดรอยรั่วซึมของหลังคาที่รั่ว หรือผนังคอนกรีตที่แตกร้าวได้ เพราะโครงสร้างเป็นเชลล์ปิด น้ำจะซึมผ่านไม่ได้ และไม่ก่อให้เกิดเชื้อโรค เชื้อราได้

 

14) ติดตั้งง่าย (Easy install)

ฉนวนกันความร้อน P.U.Foam เมื่อพ่นจะเซ็ดตัวภายใน 3 วินาที สามารถพ่นติดกับฉนวนทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ติดตั้งได้ทั้งใต้หลังคาและบนหลังคา และผนังทุกชนิดเพื่อกันเสียงรบกวน การรั่ว ซึมของน้ำฝน และป้องกันความร้อน ที่ส่งผ่านมาจากหลังคา ผนังได้อย่างครบวงจร

 

15) การลงทุนที่คุ้มค่ากว่า (Worth For Investment)

ถ้านำเอาคุณสมบัติในด้านการนำความร้อนมาเปรียบเทียบในเชิงวิศวกรรมที่เท่ากัน จะพบว่าต้นทุนต่อหน่วย จะถูกกว่าฉนวนตัวอื่นๆ ทั้ง ด้านคุณสมบัติ และอายุการใช้งาน เป็นฉนวนป้องกันความร้อนที่คุณสมบัติที่ครบถ้วนชนิดเดียวในประเทศ ที่สามารถป้องกันความร้อน ป้องกันความเย็น ป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝน ป้องกันเสียงดังจากฝนตก ในห้องสตูดิโอ ในโรงภาพยนตร์ โรงงาน ผับ ฯลฯ